คอลลิน่า เห็นด้วยกับการใช้ VAR ตรวจลูกเตะมุมในฟุตบอลโลก 2026 ufa800
แนวคิดในการขยายขอบเขตการใช้งาน VAR ไปสู่การ “ตรวจสอบลูกเตะมุม” กลายเป็นประเด็นใหญ่ในวงการฟุตบอลทันทีที่มีรายงานว่า ฟีฟ่าอาจเปิดทางให้ใช้ระบบนี้ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นใน สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโกนี่ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่มันคือ การเปลี่ยนแปลงจุดเริ่มต้นการเล่นที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในเกมฟุตบอล
และผู้ที่ออกมาแสดงท่าทีสนับสนุนอย่างชัดเจนคือ ปิแอร์ลุยจิ คอลลิน่า ประธานคณะกรรมการผู้ตัดสินของฟีฟ่า ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการผู้ตัดสินโลก
ทำไมต้องตรวจลูกเตะมุม? คอลลิน่าให้เหตุผลตรงไปตรงมา
คอลลิน่าพูดชัดเจนว่า จุดประสงค์ของเกมคือ “การตัดสินที่ถูกต้องที่สุด” และไม่อยากเห็นผลการแข่งขันฟุตบอลโลกถูกชี้ขาดด้วยความผิดพลาดทางมนุษย์แบบที่หลีกเลี่ยงได้
เขากล่าวว่า:
“มันจะน่าเสียดายมาก หากผลการแข่งขันถูกตัดสินด้วยความผิดพลาดที่ไม่ตั้งใจของผู้ตัดสิน
เป้าหมายของเราคือสนับสนุนให้การตัดสินถูกต้องที่สุด ถ้าเทคโนโลยีช่วยได้ เราก็ควรทำ”
นี่คือหัวใจสำคัญของแนวคิดใหม่ – ให้ทุกตำแหน่งบนสนามเริ่มต้นถูกต้องที่สุด เท่าที่เทคโนโลยีจะทำได้
เหตุผลสำคัญว่าทำไม “ลูกเตะมุม” จึงควรตรวจ VAR
- ลูกเตะมุมมักนำไปสู่โอกาสลุ้นทำประตู
การได้ลูกเตะมุมโดยผิดพลาดอาจเปลี่ยนสมดุลของเกม - ผู้เล่นใช้เวลารอเตะมุมอยู่แล้ว 10–15 วินาที
คอลลิน่าอธิบายว่า VAR สามารถตรวจได้ระหว่างนี้
→ จึง “ไม่เพิ่มเวลา” และแทบไม่รบกวนรูปเกมเลย - หากภาพชัดเจนว่าเป็นการให้เตะมุมผิด ทำไมต้องปล่อยให้เล่นต่อ?
คอลลิน่าใช้คำว่า:
“ทำไมเราต้องเอาหัวฝังลงทรายแล้วหวังว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น?” - ฟุตบอลโลกคือทัวร์นาเมนต์ที่ความผิดพลาดเล็กที่สุดก็สร้างความเจ็บปวดมหาศาล
การเริ่มต้นเล่นจากจุดที่ผิดพลาด อาจตัดสินชะตาชาติหนึ่งได้เลย
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การตรวจลูกเตะมุมไม่ใช่เรื่องเล็ก แต่เป็นเรื่องที่สามารถกำหนด “เส้นทางของการแข่งขันในระดับฟุตบอลโลก”
หากระบบนี้ถูกใช้จริง ใครต้องอนุมัติ? IFAB คือหัวใจสำคัญ
แม้ฟีฟ่าจะสนับสนุนไอเดียนี้อย่างเต็มที่ แต่กฎการแข่งขันเป็นของ IFAB (International Football Association Board)
- เป็นผู้กำหนดกฎฟุตบอโลก
- หากต้องใช้ในการแข่งขันใด ต้องผ่านการอนุมัติเสมอ
- ต้องผ่านสถานะเป็น “การทดลอง” ก่อน
การประชุม IFAB จะจัดขึ้นเดือนหน้า ซึ่งคอลลิน่ากล่าวว่า
“เราจะหารือ และต้องดูผลลัพธ์ว่าจะออกมาอย่างไร”
ข้อกังวล: VAR มากเกินไปหรือไม่?
มีความเสี่ยงเพิ่มการหยุดเกมหรือเปล่า?**
แน่นอนว่ามีเสียงคัดค้าน โดยเฉพาะจาก มาร์ก บูลลิงแฮม ผู้บริหารระดับสูงของ FA และเป็นหนึ่งใน IFAB
เขาเคยกล่าวไว้เมื่อกลางปีว่า
“ไม่จำเป็นต้องขยายขอบเขตของ VAR มากกว่านี้”
ความกังวลหลักคือ
- จะทำให้เกมช้าลง
- ทำให้การตัดสินซับซ้อนขึ้น
- ผู้ชมขาดอารมณ์ร่วม
- เพิ่มข้อถกเถียงแทนที่จะลดลง
แต่คอลลิน่ายังคงชี้ว่า
“ลูกเตะมุมมีเวลาหน่วงตามธรรมชาติอยู่แล้ว”
จึงไม่กระทบลักษณะของเกม
เจาะลึก: หากใช้จริง ระบบนี้จะเปลี่ยนฟุตบอลอย่างไร?
1) จะทำให้ลูกเตะมุม “ปลอดภัยจากความผิดพลาดมากขึ้น”
ทุกวันนี้มีหลายจังหวะที่ผู้เล่นประท้วงว่าบอลโดนใครก่อนออกหลัง ซึ่งผู้ตัดสินอาจมองไม่เห็นจริง ๆ
VAR จะลบความไม่ชัดเจนนี้ออกไป
2) ทีมรับจะได้ประโยชน์มากขึ้นในบางสถานการณ์
ตัวอย่างเช่น บอลปลิ้นออกจากการเตะของกองหน้า แต่ถูกเป่าเป็นเตะมุม
→ นำไปสู่ประตู
→ กลายเป็น “ความผิดพลาดที่แก้ไขได้ แต่ไม่ได้แก้”
VAR จะช่วยปิดช่องโหว่นี้
3) ทีมรุกอาจเสียโอกาสจังหวะซ้ำ ๆ
เพราะบางทีบอลชนกองหลังเบา ๆ และกรรมการไม่เห็น
ในอดีตทีมรุกจะได้เตะมุมทันที
แต่ตอนนี้อาจโดนยกเลิก หากภาพไม่ชัดว่ากองหลังโดน
4) เพิ่มระดับ “ความยุติธรรม” ในทัวร์นาเมนต์ระดับโลก
ฟุตบอลโลกคือเวทีที่ความผิดพลาดเล็กน้อยที่สุดก็ “เจ็บ” ที่สุด
การตรวจลูกเตะมุมอาจเป็นก้าวแรกสู่ยุคที่
ทุกการเริ่มเล่นต้องถูกต้อง 100% ก่อนเสมอ
5) ผลกระทบต่อรูปแบบการเล่นของทีมระดับท็อป
ทีมที่ใช้จุดแข็งจากลูกเซตพีซมาก เช่น
- อังกฤษ
- เนเธอร์แลนด์
- สเปนยุคใหม่
- สหรัฐอเมริกา
อาจปรับแท็คติกให้ “ตั้งรับการตรวจ VAR ก่อนเตะมุม” เช่น
- เลี่ยงการเตะอัดคู่แข่งเพื่อเรียกเตะมุม
- โค้ชสั่งยืนตำแหน่งโซนให้ชัวร์ไม่ให้เกิดการโต้แย้ง
เกมอาจมีความละเอียดขึ้นในระดับโค้ชชั้นเซียน
ความเห็นจากมุมมองแฟนบอลทั่วโลก
แฟนบอลแตกเป็นสองฝ่ายชัดเจน
ฝ่ายสนับสนุน:
- ช่วยลดความผิดพลาด
- ประตูที่ได้จากเตะมุมต้อง “ยุติธรรมจริง”
- ทำให้ผลการแข่งขันฟุตบอลโลกบริสุทธิ์กว่าเดิม
ฝ่ายคัดค้าน:
- VAR มากไปทำให้เกมเสียอารมณ์
- ทุกจังหวะละเอียดเกิน จนเกมขาดความต่อเนื่อง
- ถ้าตรวจเตะมุม แล้วจะตรวจทุ่ม หรือฟาวล์เล็ก ๆ ต่อไหม?
ประเด็นนี้จึงกลายเป็นเรื่องถกเถียงระดับโลก
บทวิเคราะห์เพิ่มเติม: ทำไมคอลลิน่าถึงกล้าดันไอเดียนี้?
เพราะในช่วง 4–5 ปีหลัง
VAR ถูกวิจารณ์หนักเรื่อง “ช้า – ไม่ชัดเจน – เปลี่ยนประสบการณ์ดูบอล”
คอลลิน่ารู้ดีว่าภาพลักษณ์ของระบบกำลังถูกตั้งคำถาม
ดังนั้น การเลือกใช้ VAR ในสถานการณ์ที่ “ตรวจได้โดยไม่เพิ่มเวลาหยุดเล่น”
จึงเป็นโอกาสที่ดีในการ
กู้ภาพลักษณ์ของ VAR ว่าเป็นผู้ช่วยที่ “ฉลาด ไม่ใช่ตัวทำเกมสะดุด”
ถ้าทำสำเร็จ
นี่อาจกลายเป็นโมเดลสำหรับการใช้งานทุกลีกในอนาคต
IFAB จะเห็นด้วยหรือไม่?
คำตอบยังไม่ชัดเจน แต่มีแนวโน้มสูงมาก**
เหตุผลคือ:
- ฟุตบอลโลก 2026 เป็นครั้งแรกที่มี 48 ทีม
- จำนวนแมตช์เยอะขึ้น → ความเสี่ยงของความผิดพลาดเพิ่มขึ้น
- การเริ่มบอลผิดที่ = อาจเปลี่ยนทิศทางทัวร์นาเมนต์ได้
- ถ้าแก้ได้ง่ายในเวลาเพียง 10–15 วินาที เหตุผลของการ “ไม่ใช้” มีน้อยลง
เสียงจากบูลลิงแฮมอาจเป็นแรงต้าน แต่ฟีฟ่าเป็นผู้จัดทัวร์นาเมนต์ และมีอิทธิพลสูงมากในการกำหนดรูปแบบการแข่งขัน
มุมมองสุดท้าย: ฟุตบอลโลก 2026 อาจเป็นฟุตบอลโลกที่ VAR มีบทบาทมากที่สุดในประวัติศาสตร์
ฟุตบอลโลก 2018 คือยุคแรกของ VAR
ฟุตบอลโลก 2022 คือยุคที่ VAR เริ่มเติบโต
และฟุตบอลโลก 2026 อาจเป็นยุคที่ VAR ขยายอำนาจอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
- ตรวจลูกเตะมุม
- ตรวจใบเหลืองที่ผิดคนหรือผิดจังหวะ
- ตรวจจังหวะสำคัญนอกรูปแบบเดิม
ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ฟุตบอลกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ “เริ่มต้นการเล่นทุกครั้งต้องแม่นยำ”
บทสรุป
การใช้ VAR ตรวจลูกเตะมุมอาจดูเป็นการเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ
แต่ในบริบทฟุตบอลโลก ทีมหนึ่งอาจได้ประตูที่เปลี่ยนชะตาทั้งชาติ
คอลลิน่าไม่อยากให้ทุกอย่างถูกชี้ชะตาด้วย “ความผิดพลาดที่มนุษย์ป้องกันได้”
นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนา VAR ครั้งสำคัญ และอาจเป็นการวางมาตรฐานใหม่ของโลกฟุตบอลในอนาคต
อยากอัปเดตทุกประเด็นระดับโลกในวงการฟุตบอล ตั้งแต่ VAR ไปจนถึงฟุตบอลโลก 2026 แบบอ่านง่ายและวิเคราะห์ลึก ติดตามได้ที่ ufa800 ที่รวมข่าวจริง มุมมองคม และข้อมูลวงการลูกหนังครบถ้วนที่สุดสำหรับคอบอลตัวจริง









