เอฟเวอร์ตัน vs น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์: วิเคราะห์คู่แข่งแบบละเอียด ดั๊ชคืนถิ่นจะทำลายแผนของมอยส์ได้ไหม? ufa800
เอฟเวอร์ตัน vs น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในค่ำคืนที่ Hill Dickinson Stadium แฟนเอฟเวอร์ตันไม่ได้รอแค่เกมพรีเมียร์ลีกธรรมดา แต่นี่คือเกมที่มี “เรื่องราว” หนาแน่นเต็มไปหมด ทั้งฟอร์มร้อนแรงของทีมเจ้าบ้าน ความกดดันของทีมเยือนอย่างน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และเหนือสิ่งอื่นใดคือการกลับมาของอดีตกุนซืออย่าง ฌอน ดั๊ช (Sean Dyche) ซึ่งครั้งหนึ่งเคยนั่งเก้าอี้ในฝั่งสีน้ำเงินของลิเวอร์พูลมาก่อน
เดวิด มอยส์ พาเอฟเวอร์ตันเก็บชัยชนะ 3 จาก 4 นัดหลังสุด รวมถึงเกมบุกชนะบอร์นมัธแบบน่าประทับใจ ทำให้บรรยากาศรอบทีมเริ่มเปลี่ยนจากความระแวง เป็นความหวังและความเชื่อว่าฤดูกาลนี้ “อาจไม่ใช่แค่การเอาตัวรอด” เหมือนหลายปีที่ผ่านมา แต่คือการผลักดันตัวเองไปแตะโซนยุโรปอย่างจริงจัง
อย่างไรก็ตาม ก่อนจะมองไกลถึงการลุ้นพื้นที่ยุโรป เอฟเวอร์ตันต้องผ่านบททดสอบสำคัญ – การเจอทีมของดั๊ชที่รู้จริตสโมสรเป็นอย่างดี และขึ้นชื่อเรื่องการตั้งรับแบบเหนียวแน่น กัดไม่ปล่อย
ฟอร์มของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ จากลุ้นยุโรปสู่การหนีตกชั้น และความปั่นป่วนเกินคำบรรยาย
ฟอเรสต์ในฤดูกาลก่อน “โคตรเกินคาด”
พวกเขาเคยเกาะกลุ่มลุ้นพื้นที่แชมเปียนส์ลีกอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหล่นมาจบตำแหน่งที่ดีพอให้ได้ไปเล่นยูโรป้าลีก ถือเป็นฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง
แต่เบื้องหลังความสำเร็จ กลับเต็มไปด้วยระเบิดเวลา –
ความขัดแย้งระหว่างบอร์ดบริหารกับ นูโน เอสปิริโต ซานโต ที่ปะทุในช่วงปลายซีซั่นจนลากยาวมาถึงซัมเมอร์ จนสุดท้ายฤดูกาลนี้เริ่มได้ไม่นาน เขาก็ถูกไล่ออกแบบช็อกวงการ หลังแพ้อาร์เซนอลเพียงเกมเดียว
เจ้าของสโมสรจอมเดือด Evangelos Marinakis ยังคงแสดงสไตล์ “จัดหนัก” ในตลาดนักเตะ ใช้เงินกว่า 237 ล้านยูโร กับนักเตะใหม่ถึง 13 คน ขณะเดียวกันก็ปล่อยออกไป 12 คน ได้เงินกลับมา 129 ล้านยูโร ตัวหลักที่ย้ายออกจริง ๆ มีเพียง แอนโธนี่ อีลังก้า ที่ไปนิวคาสเซิลด้วยค่าตัวราว 61.4 ล้านยูโร
ชื่อของนักเตะที่ย้ายเข้ามามีทั้ง
- Dan Ndoye จากโบโลญญา
- Nicolò Savona จากยูเวนตุส
- Igor Jesus จากโบตาโฟโก
- Omari Hutchinson, Dilane Bakwa, Arnaud Kalimuendo, James McAtee
รวมถึงดีลยืมตัวอย่าง Douglas Luiz และ Oleksandr Zinchenko
ปัญหาคือ “ของเยอะ แต่ใช้ไม่เต็ม”
นักเตะหลายคนแทบไม่ได้เป็นตัวหลักจริงจัง บางคนเจ็บ บางคนหลุดฟอร์ม บางคนยังปรับตัวไม่ได้ ทำให้ฟอเรสต์กลายเป็นทีมที่มีขุมกำลังดี แต่เล่นออกมาไม่สมศักยภาพ
ดราม่ากุนซือ: จากนูโน่ → อันเช่คนใหม่ → จบที่ดั๊ช
หลังไล่นูโน่ สโมสรแต่งตั้ง อังเก้ ปอสเตโคกลู อย่างรวดเร็ว หวังให้สไตล์บุกจัดเต็มแบบที่เคยทำกับสเปอร์สมาเพิ่มสีสันให้ทีม แต่กลายเป็นว่าอนาคตของเขากับฟอเรสต์สั้นยิ่งกว่านิยายตอนเดียวจบ
เพียง 39 วัน!
- แพ้ 3 จาก 4 เกมลีก
- ตกรอบคาราบาวคัพให้สวอนซี
- เก็บได้แค่แต้มเดียวจาก 2 นัดในยูโรป้า
ฟอร์มแบบนี้บวกกับบอร์ดที่ใจร้อน ทำให้เขาถูกปลดแบบไม่ต้องสงสัย
แล้วสโมสรก็หันไปหาคนที่ “รู้ดีว่าหนีไฟยังไง” – ฌอน ดั๊ช
ดั๊ชไม่ใช่คนแปลกหน้าของฟอเรสต์ เขาเคยอยู่ที่นี่สมัยเป็นนักเตะเยาวชน และยังเป็นแฟนสโมสรมาแต่ไหนแต่ไร การได้คุมทีมนี้จึงเหมือนเป็นการกลับบ้านอีกครั้งสำหรับเขา
เขาเริ่มต้นได้ดี ชนะปอร์โตในบอลยุโรป จากนั้นสะดุดไปสามเกม แต่ก็กลับมาคว้าชัยสามนัดรวด หนึ่งในนั้นคือการบุกถล่มลิเวอร์พูลที่แอนฟิลด์ 3-0 ซึ่งเป็นผลการแข่งขันที่ทำให้ทั้งลีกต้องหันมามองฟอเรสต์ใหม่
อย่างไรก็ตาม ฟอร์มช่วงหลังก็ยังแกว่ง แพ้ไบรท์ตันในบ้าน และเล่นไม่ดีนักแม้ชนะวูล์ฟส์ 1-0 ในเกมล่าสุด ทำให้ตอนนี้ฟอเรสต์อยู่ที่ 16 มีแต้มมากกว่าโซนตกชั้นแค่ 3 คะแนน
มาเยือน Hill Dickinson ด้วยฟอร์มแบบนี้ – นี่ไม่ใช่ทีมที่กำลังมั่นคง แต่คือทีมที่ “ต้องดิ้น” เพื่อหนีโซนแดงอย่างจริงจัง
สไตล์การเล่นของฟอเรสต์ภายใต้ดั๊ช 4-2-3-1 แบบดิบ ๆ แต่อันตรายถ้าประมาท
ใครที่ดูเอฟเวอร์ตันยุคดั๊ชมาย่อมรู้ดีว่า เขาไม่ได้ซับซ้อนมาก แต่เน้น “วินัยเกมรับ + ชัดเจนเวลาเปลี่ยนจากรับเป็นรุก”
ที่ฟอเรสต์ก็เช่นกัน เขาปรับทีมกลับไปใช้
4-2-3-1 แบบเก็บไลน์แน่น คุมโซนลึก และใช้ตัวรุกที่สปีดดีเล่นสวนกลับ
สถิติช่วงหนึ่งบอกว่า ภายในหกเกมลีก ฟอเรสต์ของดั๊ชยิงได้ 9 ประตู เสียเพียง 7 ลูก แสดงให้เห็นว่าทีมค่อย ๆ แข็งขึ้นในเชิงโครงสร้าง แม้จะยังไม่เนียนในแท็คติกทุกจุดก็ตาม
ผังผู้เล่นฟอเรสต์ จุดแข็ง จุดอ่อน ที่เอฟเวอร์ตันต้องระวัง
ผู้รักษาประตู
Matz Sels นายด่านเบลเยียม เล่นบอลยาวดี เตะเปิดเกมได้ไกลและแม่น พอช่วยดันไลน์ทีมให้ขึ้นสูงได้ในบางจังหวะ
แผงแบ็กโฟร์
- Nicolo Savona แบ็กขวา – เน้นเกมรับ ไม่เติมสูงแบบบ้าระห่ำ แต่ยืนโซนดี
- Neco Williams แบ็กซ้าย – เติมเกมบุกเก่ง เปิดบอลแม่น และกล้าพาบอลตัดเข้าใน
- เซ็นเตอร์มี Nikola Milenković เป็นตัวหลัก – สไตล์ “เซ็นเตอร์บอลเก่า” ที่ถูกใจดั๊ชมาก ยืนคุมเขตโทษ ดักโหม่ง เก็บบอลกลางอากาศ และแทบไม่เลี้ยงเพลิน
- คู่ข้าง ๆ จะเป็น Morato หาก Murillo ไม่ผ่านฟิต ซึ่งถือว่ายังไม่เป๊ะ ยังมีจังหวะผิดพลาดให้เอฟเวอร์ตันโจมตีได้
แดนกลาง
คู่มิดฟิลด์ตัวรับคือ
- Elliot Anderson – อดีตนิวคาสเซิลที่แจ้งเกิดได้สวย เล่นครบเครื่อง วิ่งไม่มีหมด แถมมีแววติดทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลกครั้งหน้า
- Ibrahim Sangaré – เครื่องตัดเกมชั้นดี สถิติแท็กเกิลอยู่ในระดับท็อปของลีก
ข้างหน้าเป็นหัวใจของทีม – Morgan Gibbs-White จอมทัพตัวปั้นเกม ยิง 3 ลูกใน 5 นัดหลังสุด หากปล่อยให้เขามีพื้นที่ เขาจะเป็นคนเปลี่ยนเกมทันที
แนวรุก
หน้าเป้าคือ Igor Jesus ที่อาจยิงไม่เยอะ (เพียง 1 ประตูในลีก) แต่คอยพักบอล ต่อบอล และดึงกองหลังค่อนข้างดี ข้าง ๆ มีตัวเลือกอย่าง Ndoye, Hutchinson, Domínguez และ Hudson-Odoi ที่พร้อมหมุนเวียนลงมา
จุดอันตรายคือ “สปีด” ในเกมสวนกลับ
หากเอฟเวอร์ตันเล่นเสียบอลง่ายตรงกลาง หรือเติมแบ็กสูงเกินไป ฟอเรสต์สามารถลงโทษได้ทันที
สถานการณ์เอฟเวอร์ตัน มอยส์เริ่มลงตัว แต่ตัวผู้เล่นบางตำแหน่งเริ่มบางลง
ฝั่งเอฟเวอร์ตันเอง แม้จะอยู่ในช่วงฟอร์มดี แต่ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะราบรื่น:
- Jake O’Brien ได้โอกาสลงตัวจริงเกมพบ Bournemouth และเล่นได้ดีมาก จับคู่กับ James Tarkowski ได้อย่างแข็งแกร่ง
- James Garner ต้องขยับไปเล่นแบ็กขวา – ซึ่งเซอร์ไพรส์เพราะทำได้ดีเกินคาด
- ตรงกลางสนาม Tim Iroegbunam ฟอร์มดีมาก แต่ดันติดโทษแบนจากใบเหลืองในเกมล่าสุด
- Michael Keane ยังต้องลุ้นความฟิต หากพร้อม มอยส์อาจเลือกกลับไปใช้ระบบที่คุ้นเคยมากขึ้น
คำถามสำคัญคือ:
มอยส์จะจัดแดนกลางอย่างไร ถ้า Garner ต้องไปยืนแบ็ก? ใครจะมายืนคู่กับ Kiernan Dewsbury-Hall ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลาง?
Carlos Alcaraz น่าจะได้ยืนสูงเป็นตัวรุกเชื่อมเกมระหว่างกลางและแนวหน้า ส่วนแนวรุกอย่าง Jack Grealish, Iliman Ndiaye ฯลฯ ก็ต้องรับมือกับการถูกประกบหนาแน่นจากแผนรับของดั๊ช
แท็คติกที่คาดว่า Dyche จะใช้ บีบแคบ ปล่อยริมเส้น บังคับให้เปิด
เอฟเวอร์ตันยุคดั๊ชเคยเล่นยังไง
วันนี้ฟอเรสต์ของเขาก็น่าจะมาแบบนั้น:
- บีบพื้นที่กลางสนาม ไม่ให้เอฟเวอร์ตันต่อบอลสั้นง่าย ๆ
- บังคับให้บอลไหลออกข้าง จากนั้นประกบแน่น 2 ต่อ 1 ใส่วิงเกอร์
- รอจังหวะตัดบอลแล้วสวนกลับเร็วไปที่ Gibbs-White หรือ Ndoye
ดังนั้น วิธีเจาะแผนนี้คือ
“สปีดบอลต้องเร็ว และเปลี่ยนแกน (switch play) ให้ไว”
หากเอฟเวอร์ตันต่อบอลช้า หรือเล่นจังหวะจี้เดี่ยวมากไป แผนของดั๊ชจะยิ่งทำงานง่าย
จุดที่ช่วยได้มากคือ
- Alcaraz ชอบเล่นบอลทะลุช่องและกล้าเสี่ยงจ่าย
- Dewsbury-Hall อยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม และสามารถเปลี่ยนจากเกมรับเป็นเกมรุกได้ในจังหวะเดียว
ปัจจัยชี้ขาด ความเข้มข้น ความเหนียวแน่นของเจ้าบ้าน
แม้ฟอเรสต์อาจมีขุมกำลังลึกกว่าในเชิงตัวเลข แต่ “ความเข้าขา” ยังสู้เอฟเวอร์ตันไม่ได้
ทีมของมอยส์ผ่านช่วงลองผิดลองถูกมาแล้ว และกำลังเข้ารูปเข้ารอย นักเตะเข้าใจหน้าที่ของตัวเองในแต่ละตำแหน่งชัดเจน
- เกมนี้อาจไม่สวยหรู ไม่ใช่เกมที่ยิงกันกระจาย
- แต่จะเต็มไปด้วยแท็คติก การดวลกลางสนาม ลูกกลางอากาศ และการเข้าปะทะหนัก ๆ
- ใครชนะใน “สงครามกลางสนาม” และไม่พลาดง่าย นั่นมีโอกาสสูงที่จะเก็บสามคะแนน
จากองค์ประกอบทั้งหมด ฟอร์มปัจจุบัน แท็คติก ความคุ้นเคยสนาม และโมเมนตัม จึงมีเหตุผลมากพอที่จะเชื่อว่า Hill Dickinson Stadium จะยังเป็นสนามที่มอยส์ยิ้มได้ต่อ
ถ้าคุณอ่านวิเคราะห์ยาวมาถึงตรงนี้ แปลว่าคุณคือสายดูบอลจริงจัง และถ้าอยากให้การเชียร์เอฟเวอร์ตัน หรือฟอเรสต์มันขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง ลองเริ่มจากตัวช่วยที่เชื่อถือได้ดูไหม ufa800 เว็บที่คอพรีเมียร์ลีกเลือกใช้กันหนัก ฟีเจอร์ครบ ค่าน้ำจัดว่าดี ลุ้นได้ทั้งคืนฝากถอนรวดเร็ว รองรับผู้เล่นจริงจัง เหมาะกับคนที่ชอบทั้งดูบอล วิเคราะห์ และอยากสนุกเพิ่มกับทุก 90 นาที
